Click here to edit title

Click here to edit subtitle

ประกันภัย ประกันรถ ประกันรถยนต์ ประกันภัย ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์ชั้น2 ประกันภัยรถยนต์ชั้น3  ประกันชีวิต

ประกันอุบัติเหตุ ประกันอัคคีภัย เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ราคาเบี้ย รถมือสอง ตลาดรถ


เกร็ดความรู้ดีๆ จาก  ประกันภัยรถยนต์ โปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  รถยนต์มือสอง ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง เปรียบเทียบรถยนต์ ฟรี!!

 เคยมั้ยที่ขับรถอยู่ดีๆ ก็มีตำรวจมาตามจับแล้วบอกว่า คุณได้กระทำผิดในข้อหา “ขับรถผิดช่องทาง” มาแบบนี้ก็มีอึน มึนยิ่งกว่าขับรถหลงทาง จนต้องถามกลับไปอย่างงงๆ ว่า ”ผมขับผิดช่องทางยังไง? ก็ขับปกติวิ่งช่องซ้ายบ้าง ขวาบ้างตามแต่จังหวะ ไม่ได้ไปขับช่องทางมอเตอร์ไซค์หรือไหล่ทางสักหน่อยนะครับ” แม้เราจะพูดจาดีมีเหตุผลแต่ตำรวจของประชาชน (บางนาย) ก็เหมือนหูทวนลมแล้วก็เตรียมควักใบสั่งออกมาแจกให้เราซะงั้น

บางคนขี้เกียจเสียเวลาไปจ่ายค่าปรับ ก็มักจะทำตามธรรมเนียมเคยชินนั่นก็คือ ”ยัดเงิน” แล้วเรื่องก็จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง ตำรวจฟิน ประชาชนก็เดินทางกันต่อไป โดยที่หารู้ไม่ว่าคุณได้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการรีดไถของตำรวจนอกรีต (บางนาย) ที่ใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือหากิน หากคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ความรู้ความเข้าใจในกฏหมายอย่างถูกต้อง คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณปลอดภัยไม่ถูกคุกคามจากอำนาจมืด

การรีดไถรถบนถนนหลวงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยสาเหตุหนึ่งคือตำรวจผู้ถือกฎหมาย (บางนาย) ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหากิน ในขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนก็ไม่เข้าใจกฎหมายดีพอ ทำให้เกิดช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การจับกุมรถที่วิ่งเลนขวา” ข้อหาฮิตบนทางหลวง

กรณีที่พบบ่อย คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ตามถนนสายใหญ่ๆ โดยเฉพาะเส้นทางไปแหล่งท่องเที่ยว เช่น ชลบุรี หรือพัทยา มักจะเรียกจับรถด้วยข้อหาแซงแล้วไม่เข้าช่องซ้าย รถบรรทุก รถกระบะ รวมทั้งรถเก๋ง ขอใบขับขี่แล้วเอาไปถือไว้ ทำท่าจะเขียนใบสั่ง ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เดากิริยาท่าทางออก..ส่งเงินให้ เพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องเสียค่าปรับที่แพงกว่า และเสียเวลาไปเสียค่าปรับที่โรงพัก (นั่นถือว่าเป็นความคิดและการกระทำที่ผิดนะครับ เราไม่ควรทำอย่างยิ่ง) ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ในมาตรา 34 และ 35 ระบุถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน ใจความว่า

ถนนที่มีช่องทางเดินรถไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่สองช่องทางเดินรถ ที่รถไม่ต้องแล่นสวนทางกัน รถที่ไดรับการยกเว้นไม่ต้องแล่นในช่องซ้ายตลอดเวลาคือ รถบรรทุกที่มีน้ำหนักไม่เกิน 1,600 กก.หรือ รถปิกอัพ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถเก๋ง ส่วนที่แซงในช่องขวาแล้วต้องกลับเข้าช่องซ้ายคือ รถบรรทุก รถโดยสาร รถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ที่แล่นช้ากว่าคันอื่น ทางหลวงสายใหญ่ในเมืองไทยที่ขาไปและขากลับแยกกันคนละฝั่ง ต้องถือว่าเป็นถนนที่เดินรถไปในทิศทางเดียวกัน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ไม่ต้องการให้รถที่ขับสวนทางกันเฉี่ยวชนกัน ถ้าเป็นเช่นนี้การขับรถเก๋งหรือรถปิกอัพในช่องขวาย่อมทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย

ดังนั้นตำรวจจะจับหรือจะไถก็ขอให้มีกฎหมายรองรับ ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเราๆ ทราบอย่างนี้แล้วก็คงสบายใจได้ หากโดนตำรวจเรียกด้วยข้อหานี้อีกทีละก็ ”จัดไปอย่าให้เสีย”

อีกกรณีที่เกิดบ่อยก็เรื่องขับรถเร็วเกินกำหนด
ปัจจุบันมีการเอากล้องจับความเร็ว จับความเร็วรถของคุณ ถ้าเกิน 110 -120 ก็โดนเรียกจับที่ด่านหน้า ก็ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไป เพราะเราไม่ทันได้สังเกต หากคุณไม่อยากโดนจับในกรณีนี้ล่ะก็ โปรดสังเกตรถยกฉุกเฉินที่จอดไหล่ทางด้านขวา ซึ่งจะมีกล้องจับความเร็วรถคุณอยู่ จุดที่มักพบบ่อย ได้แก่ (มิตรภาพไปโคราช) หรือรถตู้สีขาวเปิดท้าย (ข้ามคลองระพีพัฒน์ อ.หนองแค เข้ากรุงเทพฯ) หรือเพชรเกษม ช่วงปากท่อ ไป เพชรบุรี พระราม 2 ก่อนข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง ขาเข้ากรุงเทพฯ และบนเสาป้ายทางด่วน ทุกที่เขาจะเปิดทางให้คุณได้วิ่งอย่างสุดมัน ก่อนจะมีกรวยบีบให้ท่านวิ่งเลนเดียวเพื่อคัดแยกรถที่ขับเร็วเกินกำหนดให้ลงไปเสียค่าปรับ กรณีนี้ถือว่าคุณผิดเต็มประตูครับเสียค่าปรับอย่างเดียว ทางที่ดีขับปกติไม่เกินความเร็ว ปลอดภัย และสบายใจกว่าเยอะ

ข้อมูลอ้างอิง : Gurugoogle.co.th
ภาพประกอบ : thaivisa.com, rodtidgas.com, bt-50.com
ที่มา : OLX.co.th





ประชาสัมพันธ์โดย  Q4Car ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง,รถยนต์มือสอง ฟรี!!!!
ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ


สถานที่ในการยื่นขอจดทะเบียน

กรณีเจ้าของรถมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนรถที่สำนักมาตรฐานงานทะเบียน และภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก

กรณีเจ้าของรถมีภูมิลำเนาในเขตจังหวัดอื่น นอกจากกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งตั้งในเขตจังหวัดนั้นเท่านั้น เว้นแต่เจ้าของรถมีภูมิลำเนาในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้ยื่นขอจดทะเบียนรถ (รวมทั้งแจ้งย้ายเข้า) ได้ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง

กรณีผู้ขอประสงค์จะจดทะเบียนต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนไม่มีภูมิลำเนาสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนรถต่อนายทะเบียนท้องถิ่นอื่นได้ด้วย โดยให้ยื่นคำขออื่นๆ แจ้งใช้รถต่อนายทะเบียน

 เอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
1.สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือรับรอง การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กรณีเป็นชาวต่างชาติซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว ต้องใช้ภาพถ่ายหนังสือเดินทาง (VISA) และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่หรือหนังสือรับรองการทำงานและสำหรับกรณีคนต่างด้าวซึ่งได้รับใบสำคัญคนต่างด้าวจากกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในประเทศไทย
2.หลักฐานการได้มาของรถ ได้แก่สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีของตกทอดที่มีการขาย ยกเว้นการจำหน่ายช่วงแรก (จากบริษัทผู้ผลิต) ไม่ต้องใช้
3.หนังสือแจ้งการจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิต กรณีเป็นรถนำเข้าต้องใช้หลักฐาน
4.การนำเข้า (สำหรับรถซื้อจากเกรย์ มาร์เก็ต) ได้แก่ใบรับรองการนำเข้า (แบบ 32) จากกรมศุลกากร
5.ใบเสร็จค่าอากรขาเข้า บัญชีแสดงรายการสินค้า
6.หลักฐานการจัดให้มีประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
ขั้นตอนการดำเนินการ
1.ใบแบบคำขอจดทะเบียน ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนพร้อมหลักฐาน
2.นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ
3.ชำระค่าธรรมเนียมและเสียภาษีประจำปี
4.รับแผ่นป้ายทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี
5.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
การดำเนินการด้านทะเบียน และภาษีรถหากเจ้าของรถมิได้มาดำเนินการด้วยตัวเองจะต้องทำหนังสือ มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน และผู้ดำเนินการแทนต้องนำบัตรประชาชนมาแสดง

 รู้ไว้! ประกันภัยรถยนต์ไม่ครอบคลุม “ม็อบ“


บ้านเมืองเราตอนนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้น ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ทุกเมื่อ สำหรับเจ้าของรถยนต์มีเรื่องหนึ่งที่ควรรู้คือ กรณีรถยนต์เสียหายจากการจราจล ไม่อยู่ในความคุ้มครองของการประกันนะครับ

รถยนต์เป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งที่อาจได้รับความเสียหาย หากเกิดสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งโดยทั่วไปเจ้าของรถมักคิดว่า ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 คุ้มครองความเสียหายจากสถานการณ์ดังกล่าวไว้อยู่แล้ว แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
ในอดีตนั้น กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองทุกภัยโดยไม่มีข้อยกเว้น (All risk) แต่เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงราว 5-6 ปีก่อน ทำให้มีเกิดความเสี่ยงต่อการเสียหายในทรัพย์สินมากขึ้น ทางคณะกรรมการประกันภัยรถยนต์ จึงมีมติกำหนดข้อยกเว้นไม่คุ้มครองภัยก่อการร้ายสำหรับประกันภัยประเภท 1 นับแต่นั้นมา

ถึงตอนนี้จึงแน่ใจได้เลยว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1 ( ประกันชั้น 1) ทุกกรมธรรม์ ไม่คุ้มครองความเสียหายในกรณีประชาชนเกิดการลุกฮือจากความไม่พอใจรัฐบาลหรือม็อบ ซึ่งหากความเสียหายของรถยนต์เกิดขึ้นในบริเวณที่มีการชุมนุม ทำให้เจ้าของรถเสียสิทธิประโยชน์ในการเรียกร้องผลประโยชน์ได้

นอกจากนั้น ประกันรถยนต์ทุกกรมธรรม์จะระบุข้อยกเว้นไม่คุ้มครองภัยก่อการร้าย ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้จากกรณีดังกล่าว ยกตัวอย่างกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2553 ที่มีการเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทำให้รถที่จอดอยู่ภายในห้างได้รับความเสียหาย แต่รถเหล่านั้นไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท เนื่องจากขณะนั้นรัฐบาลประกาศว่าเป็นการก่อการร้าย
สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ครอบครองรถยนต์ควรทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อมิให้เสียผลประโยชน์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเอง

 ที่มา : sanook.com
เกร็ดความรู้ดีๆจาก  ประกันภัยรถยนต์ โปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  รถยนต์มือสอง ตลาดรถ รับฝากขายรถมือสอง เปรียบเทียบรถยนต์ ฟรี!!       

 22/1/2014


ทุนประกันภัยทรัพย์สินของท่านที่จะทำประกัน คิดคำนวณอย่างไร 28/1/2014

1. แบบ มูลค่าตลาด ใช้ราคาตลาดในการกำหนดมูลค่า ซึ่ง เมื่อเกิดความเสียหายบริษัทประกันภัย จะชดใช้ในราคาซึ่ง ปรับด้วยค่าเสื่อมราคาตามความเหมาะสมกับสภาพของทรัพย์สินซึ่งเกิด ความเสียหายนั้นในวันที่เกิดความเสียหาย

2. แบบ มูลค่าทดแทน ใช้ราคา ของใหม่ทดแทน ทรัพย์สินซึ่งมีคุณภาพ หรือคุณสมบัติเท่ากันกับทรัพย์สินซึงเอาประกันภัย. อย่างไรก็ตามแม้จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยสูงกว่าแบบแรก แต่ เมื่อเกิดความเสียหายบางส่วน และต้องซ่อมแซม บริษัทประกันภัยก็จะชดใช้ให้ตามราคาของใหม่โดยไม่ปรับค่าเสื่อม.

บ้าน และ ทรัพย์สินภายในบ้านของท่านควรกำหนดราคาอย่างไร และทำประกันภัยอย่างไร

1. ก่อนอื่นท่านต้องเดินสำรวจว่า ภายในบ้านของท่าน มีทรัพย์สิน อะไรบ้าง โดยแยกเป็นรายการๆ เช่น ตัวอาคาร เฟอร์นิเจอร์ และงานระบบอาคาร เครื่องใช้ต่างต่าง เครื่องไฟฟ้า เป็นต้น. และทรัพย์สินเหล่านั้นซื้อด้วยราคาเท่าใด

2. ต่อจากนั้น ก็ทำประกันภัย โดยเบื้องต้นที่สุด ท่านควรจะทำประกันภัย เรียงตามลำดับความจำเป็นดังนี้

2.1. ประกันอัคคีภัย คุ้มครองไฟไหม้ อันเป็นการประกันภัยขั้นพื้นฐาน ให้เต็มมูลค่า และ
2.2. ภัยธรรมชาติ ตามความจำเป็นเช่น พายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว อันเป็น สิ่งที่ประกันภัยจะคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม
2.3. ภัยโจรกรรม หากเห็นว่ามีความจำเป็น และ มีความเสี่ยง โดยทำประกันภัยในวงเงินบางส่วนก็ได้เท่าที่จำเป็น.

3. นอกจากนั้น ท่านเจ้าของบ้านอาจจะทำประกันสำหรับเจ้าของบ้านเพื่อเป็นหลักประกัน หากมีอุบัติเหตุ คือ

3.1. การประกันภัย ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งบริษัทฯ จะชดเชย ความรับผิดทางแพ่งให้แก่เจ้าบ้านผู้เอาประกันภัย ในกรณี ละเมิด จากการอยู่อาศัยในบ้าน อาทิเช่น สุนัขของท่านอาจทำร้าย แขก หรือ เพื่อนบ้าน ฯลฯ.
3.2. ประกันภัย อุบัติเหตุส่วนบุคคล ให้แก่ ลูกบ้าน และ ตัวเจ้าบ้านเอง ในกรณีเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต หรือ บาดเจ็บ โดย บริษัทฯ จะชดเชยการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ หรือ ชดเชยในเรื่องค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินซึ่งทำประกันภัยเอาไว้
3.3. ประกันภัยเงินสด จากการถูก โจรกรรม อันเป็นประกันภัยต่างหาก เนื่องจาก เงินสด เป็นทรัพย์สินซึ่ง มิได้คุ้มครอง ตามกรมธรรม์ประกันภัย โจรกรรม ธรรมดา

ที่มา  : thebestinsure.com

เกร็ดความรู้ดีๆจาก  ประกันภัยรถยนต์ โปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  รถยนต์มือสอง ตลาดรถ รับฝากขายรถมือสอง เปรียบเทียบรถยนต์ ฟรี!!       

     “วิญญู วงศ์สุรวัฒน์” หรือ “จอห์น” เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเป็นไอดอลของวัยรุ่นที่เป็นคนกล้าคิดกล้าสร้างสรรค์อะไรแปลกใหม่ออกมานำเสนอรายการโทรทัศน์ทางเน็ต I-HereTV และรายการที่โด่งดังมาก คือ เจาะข่าวตื้น ที่นำเอาเนื้อหาการเมือง สังคม หรือวัฒนธรรม ที่กำลังเป็นที่สนใจนำเสนอในแนวเสียดสีหรือสร้างอารมณ์ขันจนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ความเป็นคนหนุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเรื่องการทำงานมาตั้งแต่เด็ก เพราะเริ่มถ่ายโฆษณา ถ่ายมิวสิกวิดีโอตั้งแต่อายุ 14-15 ปี จนถึงวันนี้เข้าสู่วัย 28 ปี ทำให้มีข้อเรียนรู้การผิดพลาดจากการใช้ชีวิตและการบริหารเงินมาถ่ายทอดให้กับนิสิตนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในโครงการ SET Young Generation 2013 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้เด็กในวัยเรียนได้เห็นตัวอย่างการมี การใช้ การออม และรู้จักการบริหารเงินว่าเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ
“จอห์น” เล่าให้ฟังว่า เพราะชีวิตเขาอยู่กับพ่อแม่และพี่สาวมาก และรู้สึกว่าพ่อแม่เราเป็นคนเก่ง พี่สาวเป็นผู้ช่วยผู้กำกับหนังเรื่องกุมภาพันธ์ คุณพ่อเป็นอาจารย์สอนหนังสือและเขียนหนังสือด้านรัฐศาสตร์ คุณแม่เป็นทนายความและก็อาจารย์สอนจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงสอนวิจารณ์ภาพยนตร์ จึงทำให้เราสนใจเรื่องอยากทำงานด้านฟิล์ม โฆษณา จนเรียน ม.3 มีโอกาสได้ไปแคสงานโฆษณา
แต่ด้านหนึ่งผู้ใหญ่อยากให้เราเป็นทนายความเหมือนคุณแม่ เพราะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่พอได้ลองถ่ายโฆษณาดูแล้วรู้เลยว่าเราชอบด้านนี้ และไม่เหมาะกับทนายความ แม้พ่อจะไม่สนับสนุนให้ทำงานในวงการบันเทิง แต่แม่บอกให้ลองทำดู ผมก็เลยลุย
ปกติไปโรงเรียนได้วันละ 10-20 บาท แต่ช่วง ม.4-ม.5 เริ่มทำงานที่แกรมมี่ทำให้มีเงินเดือนประจำมีเงินเป็นของตัวเองโดยไม่ต้องขอพ่อแม่ แม้กระทั่งเรื่องเรียน พอได้เงินก้อนใหญ่|ก็ไปซื้อรถยนต์ ซื้อคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง
ส่วนใหญ่ก็ใช้เงินไปกับค่าความสบาย กินอาหารแพง เที่ยวใช้ชีวิตแบบหรู เรียกได้ว่าตอนนั้นเขาใช้ชีวิตแบบเอาเงินที่หามาได้ไปกับการเอาลุคเอาหน้าให้คนอื่นเห็น รู้แต่หา แต่ไม่เคยรู้ใช้ หรือรู้เก็บ รู้ออมอะไรเลย
แต่มาถึงจุดเปลี่ยนชีวิต ก็ตอนที่ตัวเองเป็นหนี้ก้อนโต ซึ่งเกิดจากการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากกรมสรรพากร ซึ่งต้องเสียภาษีและโดนเก็บดอกเบี้ยย้อนหลังที่เราไม่เคยเสียภาษีเลย และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยสนใจที่จะเก็บใบกำกับภาษีสีชมพูอะไรไว้เลย ปีแรกโดนเรียกเก็บ 6-7 แสนบาท ถัดมาเฉลี่ยปีละ 2-3 แสนบาท ทำให้มีหนี้ทั้งหมดกว่า 1 ล้านบาท ในวัย 20-21 ปีเท่านั้น
“ตอนนั้นชีวิตตื้อไปหมด หันไปดูตัวเลขเงินในบัญชีก็ไม่พอ เพราะมีเพียงจำนวนหลักหมื่นกับงานที่ได้เงินงวดสุดท้าย จึงไปเจรจาขอประนอมหนี้กับกรมสรรพากร เปลี่ยนจากอยู่คอนโดหรูมาอยู่ในห้องที่เล็กลง บอกพ่อกับแม่ไปว่าเรามีปัญหานี้ และใจหนึ่งก็ไม่อยากรบกวนเขา เพราะออกมาใช้ชีวิตคนเดียวแล้ว และที่ผ่านมาพ่อกับแม่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี มีแต่เงินเดือนข้าราชการเลี้ยงลูกหลายคนได้ แถมยังมีเงินเก็บหลายล้านบาท นั่งรถเมล์ไปทำงาน แต่ผมใช้ชีวิตเต็มที่มาก ตอนนั้นรู้สึกว่าเรื่องหนี้มันกระชากกลับสู่โลกความจริงมากขึ้น ซึ่งคิดย้อนไปถ้าผมรู้จักเก็บเงินมาตั้งแต่หาเงินได้ใหม่ๆ จะมีเงินเก็บแล้วมากกว่า 5 ล้านบาท” จอห์น เล่าบทเรียนในอดีต
จากวันนั้นเริ่มปรับวิธีคิดใหม่ เพราะรู้สึกว่าเราเสียเวลาไปกับอะไรอยู่ ตอนนั้นแม้แต่การเรียน ผมก็เปลี่ยนจากเรียนการแสดงที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ลาออกมาเรียนรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งพ่อก็สนับสนุน และเมื่อพี่สาวชวนเปิดบริษัททำทีวีออนไลน์ ก็ตัดสินใจทำ ถึงวันนี้ก็เปลี่ยนการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น และคำนึงถึงการใช้เงินมากขึ้น
ตอนนั้นเมื่อตั้งหลักได้ก็กลับมาทำงานและใช้หนี้หมดภายใน 3-4 ปี และหลังจากนั้นพฤติกรรมการใช้เงินก็เปลี่ยนไป เพราะพอมีรายได้ก็เริ่มหันมาออมไว้มากกว่า 50-60% ของรายได้ ซึ่งเมื่อมาเห็นดอกผลหรือเงินในบัญชีมาก เริ่มรู้สึกมีความสุขหรือปลอดภัยมากขึ้น และเลือกรับงานที่คิดว่าตัวเองทำแล้วมีความสุขที่จะทำกับมันจริงๆ เพราะเริ่มมีเงินสำรองสำหรับชีวิตไว้ ด้วยการซื้อประกันออมทรัพย์เป็นหลักมากขึ้น
“แม้การซื้อประกันแบบออมทรัพย์จะมีกำไรที่ไม่สูงมาก แต่สำหรับผมถือว่าต้องใช้เวลากับมันและทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตปลอดภัยดี และเป็นการบังคับตัวเองว่าต้องมีการออมด้วยการส่งเงินประกันก่อน เรียกได้ว่าตอนนี้เงินออมของผมฝากอยู่ในธนาคารพาณิชย์ 70% และในประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 30% ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าอยากจะลงทุนในหุ้นเพิ่ม เพราะเราต้องเรียนรู้และตามข่าวสารทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การเงิน เป็นประจำทุกวัน เพื่อนำมาใช้ในการทำรายการและนำมาปรับใช้ในบริษัทอยู่แล้ว ก็น่าจะนำข้อมูลข่าวสารนี้ไปลงทุนด้านอื่นที่ทำให้เงินออมของเราสามารถงอกเงยได้อีก แต่ขอระยะเวลาศึกษาข้อมูลให้มากกว่านี้ก่อนแล้วจึงจะลงทุน”
สุดท้าย “จอห์น” บอกว่า ผมว่าผมโชคดีที่เป็นคนกล้าคิด กล้าลอง และกล้าตัดสินใจในการใช้ชีวิต เพราะงานทุกอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบันเกิดจากการได้ทดลองทำจริงทุกอย่าง ทำให้เรารู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่ จนวันหนึ่งแม้ผมจะทำรายการโทรทัศน์ทางเน็ตมากกว่า 5 ปี ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก บริษัทล้มลุกคลุกคลานมาตลอด แต่ถึงวันนี้เริ่มมีคนรู้จักและยอมรับผมหรือรายการมากขึ้น จนบริษัทเริ่มมีกำไรตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นมา และถึงวันนี้เปิดมาแล้วทั้งหมด 9 ปี สำหรับผมก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีเรื่องการเรียกเสียภาษีย้อนหลังมาสะกิดให้รู้จักการใช้ชีวิตและบริหารจัดการเงินมากขึ้น มิเช่นนั้นวันนี้ก็ยังใช้ชีวิตแบบหลงผิดไม่รู้ไปอีกนานแค่ไหน

ที่มา : posttoday.com

ประสัมพันธ์โดย ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ

แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ

Q4Car ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง,รถยนต์มือสอง ฟรี!!!!


ประกันภัยอิสรภาพ

เกร็ดความรู้ดีๆจาก   Q4Car ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี!!!!
ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ

    การประกันภัย เป็นวิธีการแบ่งเบาภาระความเสี่ยงของบุคคลที่ต้องประสบภัยให้ได้รับผลร้ายจากภัยน้อยที่สุด ตั้งแต่ภัยน้ำท่วม, ภัยไฟไหม้, ภัยอุบัติเหตุ, ภัยโจรกรรม ฯลฯ หรือแม้จะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาต้องถูกควบคุมตัวไม่ได้รับอิสรภาพ ก็ถือเป็นภัยชนิดหนึ่งที่สามารถนำไปประกันภัยได้เช่นกันในชื่อที่เรียกว่า ประกันภัยอิสรภาพ

ประกันภัยอิสรภาพ เป็นระบบการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งเมื่อบุคคลผู้ได้ซื้อประกันภัยแล้ว ทางบริษัทประกันภัยจะออกหนังสือรับรองให้ผู้เอาประกันภัยถือไว้ หากผู้เอาประกันภัยได้กระทำความผิดหรือตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ก็สามารถนำหนังสือรับรองนี้ยื่นต่อเจ้าพนักงานหรือศาลเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวได้
     การประกันภัยอิสรภาพสามารถทำได้ทั้งก่อนการกระทำความผิดและภายหลังกระทำความผิด กล่าวคือ ในกรณีแรกบริษัทจะออกกรมธรรม์ประกันภัยแก่ประชาชนทั่วไปที่มาซื้อประกันภัย และออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้เอาประกันภัยถือไว้ เมื่อผู้เอาประกันภัยกระทำความผิดหรือตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ก็สามารถนำหนังสือรับรองนี้ประกันตัวได้ และในกรณีที่สอง (ภายหลังกระทำความผิด) ผู้ที่จะซื้อประกันภัยได้นั้นต้องเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยเท่านั้น และเมื่อซื้อประกันภัยแล้ว บริษัทจะออกหนังสือรับรองเพื่อนำไปใช้ในการประกันตัวต่อไป
     อัตราการซื้อประกันภัย หรือที่เรียกว่าเบี้ยประกันภัยนั้น  มีอัตราโดยเฉลี่ยใกล้เคียงกันในทุกบริษัทประกันภัย ระหว่าง  0.5%  ถึง 20% โดยแบ่งอัตราเป็น 2 กรณี คือ กรณีกรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพก่อนกระทำความผิด อัตราเบี้ยประกันภัย อยู่ระหว่างขั้นต่ำ 0.5% ขั้นสูง 1% ของหลักประกัน เช่น จำนวนเงินที่ประกันตัว 100,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจะจ่ายเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 500-1,000 บาท ส่วนกรณีกรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพหลังกระทำความผิด อัตราเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่างขั้นต่ำ 5% ขั้นสูง 20% ตัวอย่างเช่น  จำนวนเงินประกันตัว 100,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจะจ่ายเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 5,000-20,000 บาท เป็นต้น
     อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ยังมีส่วนลดเบี้ยประกันภัยแก่ผู้ซื้อประกันภัยอิสรภาพในกรณีหากผู้เอาประกันภัยมีบุคคลมาค้ำประกันหรือหลักทรัพย์มาวางประกันกับบริษัท หรือกรณีผู้เอาประกันภัยไม่ผิดสัญญาประกันตัว  บริษัทก็จะคืนเบี้ยประกันภัยให้บางส่วน เป็นต้น
     ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ให้ได้รับความสะดวกในการยื่นประกันตัว เชื่อว่าประกันภัยอิสรภาพจะเป็นทางเลือกหนึ่งของระบบการประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งขณะนี้มีตัวแทนของบริษัทประกันภัยประจำอยู่ที่หน่วยงานราชการและศาลเป็นส่วนใหญ่แล้ว.

UPDATE : 17/12/2556

หลักส่วนได้เสียในสาเหตุประกันภัย (Insurable Interrast)

isrplc

 
หลักส่วนได้เสียในสาเหตุประกันภัย (Insurable Interrast)
ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากการเอาประกันภัย
หมายถึง
- ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ทรัพย์สินนั้นคงสภาพอยู่หรือจะได้รับความเสียหายจากการที่ทรัพย์สินนั้นถูกทำลายไป
- ที่ได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินนั้นๆ เมื่อคงสภาพอยู่หรือจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเมื่อทรัพย์สินนั้นถูกทำลายไป
- ผู้ที่มิสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินนั้นๆเมื่อคงสภาพอยู่หรือเมื่อทรัพย์นั้นๆถูกทำลายไป
ส่วนได้ส่วนเสียที่เอาประกันภัยได้
- กรรมสิทธิ์
- สิทธิตามกำหมาย
- ความรับผิดตามกฎหทาย
โดยทั่วผู้เอาประกันจะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัย ในขณะที่ทำสัญญาประกันภัย
ส่วนได้เสียที่ไม่อาจเอาประกันภัย
- ประโยชน์ที่อาจจะได้รับในอนาคต
- ความคาดหวังว่าจะได้ทรัพย์สินมาในอนาคต
- สิงซึ่งเกิดขึ้นในอนาคต
ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย
- เจ้าของทรัพย์สิน
- ผู้ให้เช่าซื้อ
- ผู้ครองครองทรัพย์ตามสัญญาเช่า
ผู้เอาประกันภัยมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัยของตนเช่น
- ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้เช่าบ้านได้ทำประกันภัยเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ผู้เอาประกันภัยนำรถยนต์ที่ตนเช่าซื้อไปทำประกันภัย
- ผู้เอาประกันภัยทำรันอุบัติเหตุส่วนบุคคลบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ที่มา : insurancebykate

เกร็ดความรู้ดีๆจาก  Q4Car ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี!!!!

 ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ

Update 27/11/2013

โปรโมชั่น ประกันภัยรถยนต์ สุดคุ้ม

ทีคิวเอ็มให้บริการครบวงจรด้วยความชำนาญทั้งในเรื่องประกันรถยนต์ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนานกว่า 50 ปี 
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 พลัส
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 พลัส
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 พิเศษ
ประกันภัยรถยนต์เสริมพิเศษ(Add on)
คลิ๊ก ---->คำนวณเบี้ยรถยนต์

เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  Q4CAR ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง เปรียบเทียบรถยนต์ ฟรี!!

Update 26/8/2013


      รู้หรือไม่ว่า…การใช้มือถือขณะขับรถนั้นทำให้เกิดอันตรายมากว่าเมาแล้วขับซะอีก ค่าที่ยุคนี้โทรศัพท์มือถือมันติดอยู่กับชีวิตเราจนแยกกันไม่ออก เราแทบจะใช้มันตลอดเวลา อยู่ที่ไหนก็สามารถคุยกัน ติดต่อกัน

      ทำงาน ทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะอยู่ซีกโลกไหน (อีกหน่อยคงติดต่อกันต่างภพได้) นั่นคือประโยชน์ของมันถ้าใช้ให้ถูกเรื่อง ถูกเวลา แต่เมื่อมันถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือยแบบเกินความจำเป็น ไม่มีกาลเทศะ ย่อมมีผลกระทบที่ตามแน่ๆ
      สังคมทุกวันนี้กลายเป็นสังคมที่นิยมคุยกันผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้จะนั่งอยู่ด้วยก็ยังก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์เล่นเฟซ บุ๊ก แชตไลน์ ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่ขณะขับรถก็ยังนำโทรศัพท์มากดเล่น

       ทั้งนี้กฎหมายโทรไม่ขับมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2551 ซึ่งอยู่ใน พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (9) ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่ใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา โดยที่ผู้ขับขี่ต้องไม่ถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ซึ่งเป็นการบังคับใช้กับรถทุกชนิดทุกประเภทตามความหมายใน พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ รวมถึงรถจักรยาน และรถสามล้อ ที่วิ่งในถนนสาธารณะ ยกเว้นรถไฟและรถราง

       หากจำเป็นต้องโทรศัพท์ควรจอดข้างทางในที่ที่สามารถจอดได้ หรือจอดในปั๊มน้ำมัน กรณีรถติดไฟแดงหรือรถติดก็ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ในทุกกรณี ไม่ว่าจะหยิบมาโทรฯหรือเล่นเกม เฟซบุ๊ก หรือไลน์ เพราะถือว่าอยู่ระหว่างขับขี่

        เนื่องจากเครื่องยนต์ยังติดอยู่ คนขับยังควบคุมรถอยู่ การใช้คอหนีบโทรศัพท์ หรือให้คนอื่นถือโทรศัพท์มาแนบหูให้ก็ผิด ที่ทำได้คือเปิดลำโพง ให้เสียงดังแล้ววางไว้ให้เป็นที่เป็นทางก่อนสนทนา หรือใช้อุปกรณ์เสริม เช่นสายฟัง หรือบลูทูธ จึงจะไม่ผิดกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท.

ที่มา : dailynews.co.th

ด้วยความปราถนา จาก ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ 
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ Q4Car ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี!!!!

เกร็ดความรู้ดีๆจาก  ประกันภัยรถยนต์
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  q4car  ฝากขายรถมือสองฟรี!!!!


 รถหาย ประกันภัยรถยนต์ ต้องชดใช้เมื่อใด

 ผู้เอาประกันภัยอาจสงสัยกันว่า หากเกิดรถประกันภัยสูญหาย บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในเมื่อไร


คปภ. มีการควบคุมบริษัทประกันภัยรถยนต์ในเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีรถหาย ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของบริษัทประกันวินาศภัย ดังนี้ 

     การกระทำหรือการปฏิบัติใดๆ ของบริษัทหากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาข้อหนึ่ง ข้อใดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าบริษัทประกันวินาศภัยประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 

     (13) ในกรณีที่รถยนต์ที่เอาประกันภัยรถยนต์ไว้สูญหาย และผู้เอาประกันภัยรถยนต์หรือผู้รับประโยชน์ได้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทโดยได้ดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์แล้ว และบริษัทไม่ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ 

     ในกรณีมีพฤติกรรมหรือเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่แสดงให้ปรากฏถึงความไม่สุจริตของผู้เอาประกันภัยรถยนต์หรือผู้รับประโยชน์ บริษัทได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์เพื่อดำเนินการทางคดีต่อไป และบริษัทได้แจ้งเหตุดังกล่าวให้กรมการประกันภัยทราบแล้ว แต่บริษัทไม่ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เกิดการสูญหาย เว้นแต่ได้มีการดำเนินคดีอาญากับผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์รายดังกล่าวอยู่ 

     กล่าวคือหากรถหาย บริษัทประกันภัยรถยนต์ต้องจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่า การสูญหายนั้นเกิดขึ้นจากการทุจริตของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ ต้องจ่ายค่าเงินค่าสินไหมทดแทนภายใน 45 วัน 

     หากบริษัทประกันภัยรถยนต์ไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในเวลาที่กำหนดนี้ คปภ.ถือว่าบริษัทประกันภัย ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน คปภ.สามารถลงโทษบริษัทประกันภัยรถยนต์ได้โดยทำการเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทและเรียกเก็บค่าปรับได้ 

     ดังนั้นผู้เอาประกันภัยที่เกิดเหตุรถหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ภายในอย่างช้าไม่เกิน 45 วัน     

บริษัทประกันภัยรถยนต์จะทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้ากว่านี้กำหนดเวลานี้ไม่ได้



ประชาสัมพันธ์โดย  Q4Car ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง ฟรี!!!!

ที่ปรึกษา ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ แหล่งรวมโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ

ประกันภัยรถยนต์ กับการใช้รถส่วนบุคคล ไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า

กรณีตัวอย่าง
ถาม : ถ้าหากมีการนำรถที่ซื้อประกันภัยแต่มีการระบุประเภทการใช้รถ ระบุว่า “ใช้ส่วนบุคคล ไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า” โดยที่ผู้เอาประกันเอารถไปรับจ้างบรรทุกส่งของ แล้วเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะรับผิดชอบหรือไม่

Read More